ผู้ป่วยโรคมะเร็งกินยาแพงได้แล้ว

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งและโลหิตวิทยา

เศรษฐกิจ ซึ่งจำเป็นต้องใช้ยาที่มีค่าใช้จ่ายสูง ได้แก่ การปรับปรุงเงื่อนไขข้อบ่งชี้ในการเบิกจ่ายค่ายาในโครงการเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งและโลหิตวิทยา หรือระบบ OCPA รายการยา Bortezomib ที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด Multiple myeloma (MM)

ผู้ป่วยโรคมะเร็งกินยาแพงได้แล้ว

โดยให้ผู้ป่วย MM ทั้งกลุ่ม transplant candidate และ non transplant candidate (ไม่จำกัดอายุ) สามารถใช้ยา Bortezomib เป็นขนานแรกได้ โดยจะมีผลใช้บังคับสำหรับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2566 เป็นต้นไป “การปรับปรุงหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งและโลหิตวิทยา ซึ่งจำเป็นต้องใช้ยาที่มีค่าใช้จ่ายสูง มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวที่ใช้สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

อ่านข่าวเพิ่มเติม : ‘เน็กซ์’ โชว์ออเดอร์ยานยนต์ไฟฟ้าพุ่ง คาดปีหน้าเต็มกำลัง 9 พันคัน

‘เน็กซ์’ โชว์ออเดอร์ยานยนต์ไฟฟ้าพุ่ง คาดปีหน้าเต็มกำลัง 9 พันคัน

เน็กซ์ พอยท์’ รุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าต่อเนื่อง คาดปีนี้ส่งมอบรถเมล์อีวี 1,250 คัน โชว์ออเดอร์ปีหน้าเต็มกำลังการผลิต 9,000 คัน เตรียมลงทุนตั้งโรงงานแห่งที่ 2 หนุนรายได้พุ่ง 4.25 หมื่นล้านบาท

นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX  เปิดเผยว่า ภายหลังบริษัทฯ ได้ร่วมทุนกับบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เพื่อจัดตั้งโรงงานผลิตและประกอบยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (อีวี) เชิงพาณิชย์แบบครบวงจรแห่งแรกของคนไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้บริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด หรือ AAB ในพื้นที่อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีกำลังในการผลิตสูงสุด 9,000 คันต่อปี

ซึ่งปัจจุบันมีออเดอร์ผลิตรถโดยสารประจำทางพลังงานไฟฟ้า (รถเมล์อีวี) จำนวน 3,195 คัน และได้ส่งมอบไปแล้วกว่า 200 คัน โดยมีแผนจะเร่งกำลังการผลิตและส่งมอบรถเมล์อีวีอีก 1,250 คันภายในปีนี้ และจะทยอยส่งมอบส่วนที่เหลือให้ครบทั้งหมดภายในปี 2566 เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ได้รับสัมปทานจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นำรถมาบรรจุในเส้นทางให้บริการพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลภายใน 180 วันตามที่กำหนด

ข่าวเศรษฐกิจโลกล่าสุด-วันนี้

นอกจากนี้ ปัจจุบันบริษัทฯ ยังมีออเดอร์ผลิตรถโดยสารขนาดเล็ก (มินิบัส) ขนาด 7.3 เมตร จำนวน 20 ที่นั่ง ที่สั่งผลิตโดยรถร่วม บริษัท ขนส่ง จำกัด (รถร่วม บขส.) โดยเบื้องต้นจะส่งมอบล็อตแรกจำนวน 57 คัน ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ เพื่อนำไปให้บริการเส้นทางระหว่างจังหวัด โดยเฉพาะเส้นทางในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เช่น กรุงเทพ-ศรีราชา, กรุงเทพ-ระยอง และกรุงเทพ-ชลบุรี เป็นต้น จากนั้นจะทยอยส่งมอบล็อตต่อไปอีกจำนวน 200 คันภายในปีนี้ และครบทั้งหมด 1,000 คันภายในปี 2566

นายคณิสสร์ กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ยังมีคำสั่งซื้อผลิตยานยนต์หัวลากไฟฟ้าเพื่อนำไปใช้ในการขนส่งสินค้าทดแทนรถบรรทุกที่ใช้น้ำมันดีเซล โดยในปี 2565 มีออเดอร์การผลิตจำนวน 250 คัน และในปี 2566 ตั้งเป้าจะผลิตจำนวน 6,000 คัน นอกจากนี้ ยังพบว่าในตลาดอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีความต้องการปรับเปลี่ยนรถในองค์กรเป็นยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้บริษัทฯ กำลังศึกษาโอกาสในการผลิตรถบัสไฟฟ้าสำหรับการท่องเที่ยว รวมถึงรถรับ-ส่งพนักงานในนิคมอุตสาหกรรม รถที่ใช้ราชการ อาทิ รถเก็บขยะ รวมไปถึงรถกระบะ 4 ประตู และ 2 ประตู ที่เตรียมเปิดตัวในปี 2566

“ยานยนต์ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมตอนนี้ ยังไม่มีคู่แข่ง บริษัทฯ ถือเป็นเบอร์ 1 และเราเห็นโอกาสทางการเติบโตอีกมาก แต่เราก็ไม่หยุดที่จะพัฒนา เรามีจุดแข็งคือนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้น อาทิ การพัฒนาสถานีชาร์จ ให้สามารถใช้เวลาชาร์จสั้นลงเหลือประมาณ 15 นาที เพื่อลดระยะเวลาในการชาร์จให้กับลูกค้า”

ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่าในปีนี้ จะมีรายได้จากการผลิตรถประมาณ 8,500 ล้านบาท และคาดว่าในปี 2566 จะมีรายได้โตขึ้น 5 เท่า หรือมีรายได้ประมาณ 42,500 ล้านบาท อีกทั้งยังประเมินว่าการเติบโตในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมจะมีอย่างต่อเนื่อง จึงตั้งเป้าขยายกำลังการผลิต ร่วมทุนกับ EA ราว 6,000 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตแห่งที่ 2 ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบลูเทค บริเวณ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขนาดพื้นที่ 500 ไร่ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงกลางปี 2566 แล้วเสร็จในปี 2568 เพิ่มกำลังการผลิตอยู่ที่ 50,000 คันต่อปี ซึ่งจะทำให้ในปี 2568 จะมีกำลังการผลิตรวมประมาณ 60,000 คันต่อปี

“ซี.พี.แลนด์” ตั้งเป้าปี 68 โกยรายได้ 5,000 ล้าน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

“ซี.พี.แลนด์” ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5,000 ล้านบาท ภายในปี 2568 หรือ อีก 3 ปีข้างหน้า เดินหน้าตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะตลาดของคนรุ่นใหม่

นายกีรติ ศตะสุข ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจของ ซี.พี.แลนด์ ตลอดทั้งปี 2565 ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างรายได้ 1,700 ล้านบาท หรือขยายตัวเพิ่มขึ้น 42% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่าน และภายในปี 2568 หรือ อีก 3 ปีข้างหน้า ซี.พี.แลนด์ ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเท่าตัว หรืออีก 200% สู่ระดับ 5,000 ล้านบาท

“จากเป้าหมายที่คาดว่าจะขยายตัว 42% ในปีนี้ เชื่อว่าเป็นเป้าหมายที่สามารถทำได้จริง โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้ของกลุ่มธุรกิจบ้านและคอนโด กลุ่มธุรกิจโรงแรมเครือแกรนด์ ฟอร์จูน ศูนย์การค้า และอัตราค่าเช่าสำนักงานที่กลับมายืนอยู่จุดเดิมก่อนช่วงเกิดโควิด-19”

ธุรกิจหมายถึง

อีกทั้งยังมีแนวทางในการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ และแนวทางในการสร้างรายได้ใหม่ๆ อย่างศูนย์ประชุมไคซ์ (KICE) หรือ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (Khonkaen International Convention & Exhibition) และนิคมอุตสาหกรรม กระจายในส่วนภูมิภาค ตอกย้ำความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ความเจริญสู่สังคมของซี.พี.แลนด์

นอกจากนี้ ซี.พี.แลนด์ มุ่งมั่นให้ความสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่สนใจด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ ใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม และสังคม  โดยเรามุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ตอบสนองความต้องการรสนิยม และไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพของโครงการ รวมถึงการตอบโจทย์ไลฟสไตล์ความเป็นคนรุ่นใหม่ ในด้านการออกแบบโครงการ ให้มีดีไซน์ที่สวยงาม ทันสมัย สะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Image) ซี.พี.แลนด์ โฉมใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงในขณะนี้

“ซี.พี.แลนด์ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าซึ่งลูกค้าคือหัวใจหลักของเรา (Customer Centric) จึงจ้างที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทำการศึกษาถึงความต้องการของลูกค้ากลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งกำลังจะกลายเป็นกลุ่มผู้ซื้อหลักในอนาคต เพื่อนำมาพัฒนาโครงการใหม่ๆให้สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าได้สูงสุด นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการ ปรับภาพลักษณ์ ซี.พี.แลนด์ โฉมใหม่ เน้นความเป็นมืออาชีพ และมีความเป็นคนรุ่นใหม่ เชื่อว่าภายใน 3 ปีข้างหน้า ซี.พี.แลนด์ จะสามารถสร้างรายได้ 5,000 ล้านบาท และเป็นบริษัทที่สร้างสรรค์ความเจริญสู่สังคม ตามเป้าหมายที่วางไว้” นายกีรติ กล่าว